
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) พร้อมพวก ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเว็บพนัน 140 ล้านบาท ว่า ล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับพลเรือนที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 คน คือ นายต้น , นายบอย และภรรยาของนายบอย ใน 2 ข้อหา คือ ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน และร่วมกันในการกระทำการเอาทรัพย์ผู้อื่นไป ซึ่ง นายต้น และนายบอย หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งได้ออกนอกประเทศอย่างถูกต้อง คาดว่า มีสายที่เป็นตำรวจรายงานให้รู้ตัว แต่จะประสานประเทศปลายทางนำตัวกลับมาดำเนินคดี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตำรวจที่เกี่ยวข้องมีประมาณ 11-12 นาย ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงไม่ได้ขอศาลอนุมัติหมายจับ แต่จะประสานผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดทยอยพามามอบตัวตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน โดยหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรีดทรัพย์ อยู่ในระหว่างการรวบรวม และตรวจสอบเส้นทางการเงินกับธนาคาร และข้อมูลทางโทรศัพท์ ซึ่งจะไล่ทั้งหมด และตรวจสอบย้อนหลังด้วยว่ามีความเชื่อมโยงกับตำรวจกลุ่มไหนอีกบ้าง
สำหรับ ตำรวจ 2 นายที่มาพบพนักงานสอบสวนวันนี้ จะแจ้ง 4 ข้อหาเลย ได้แก่ เรียกรับผลประโยชน์ , ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ , ข่มขืนใจผู้อื่นให้ได้ทรัพย์สิน , กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสามารถใช้ตำแหน่งในการประกันตัวได้ โดยต้องให้ความเป็นธรรม ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษา ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ส่วนการดำเนินการทางวินัย จะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะพิจารณาว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อวานนี้ ( 17 มิถุนายน) ตนเองเพิ่งเจอ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในงานศพพ่อของ ผบ.ตร. และได้พูดคุยกัน เพราะส่วนตัวก็เคยทำงานร่วมกัน เคยสนิทสนมกันมาก่อน ตนก็แนะนำไปว่า อะไรเป็นความจริงก็ต้องว่ากันตามความจริง พร้อมบอกว่าส่วนตัวไม่ได้บาดหมางหรือเป็นศัตรูต่อกัน แต่ทำตามหน้าที่ ขอให้ผู้การฯชลบุรี เตรียมข้อมูลและหลักฐานมาให้ข้อเท็จจริง ซึ่งผู้การฯชลบุรี ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
“คดีนี้เป็นคดีแรกในไทยที่จะใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เนื่องจากตามแนวทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่จะต้องมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรก แต่ครั้งนี้ไม่มีการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว มีเพียงการเข้ามาทำบันทึกจับกุมตามขั้นตอนเท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีการแจ้งพนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองใน ท้องที่ที่มีการควบคุมตัวทราบ” รอง ผบ.ตร. กล่าว
