ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  35.47 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง”

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  35.47 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า 

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideway (แกว่งตัวในช่วง 35.43-35.49 บาทต่อดอลลาร์) ตามทิศทางของเงินดอลลาร์และราคาทองคำ โดยเรามองว่า เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ขณะเดียวกันการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาท ผ่านแนวโน้มดุลการค้าที่อาจขาดดุลมากขึ้น หากการส่งออกของไทยยังคงซบเซา ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงจำกัดอยู่ในโซนแนวต้าน 35.50 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทยังมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ จากทั้ง การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ซึ่งในช่วงนี้ ก็ได้แรงหนุนจากทั้งความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงตลาดผันผวน และการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ขณะเดียวกัน โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวก็มีส่วนยิ่งกดดันเงินบาทในระยะนี้ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องก็กลับมากดดันเงินบาทผ่านความกังวลแนวโน้มการขาดดุลการค้าของไทย ในช่วงที่การส่งออกยังคงซบเซา รวมถึง ความกังวลว่า อัตราเงินเฟ้อในหลายประเทศ โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ อาจชะลอลงยาก จนทำให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หรือ คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน 

หากเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญดังกล่าว ก็จะเปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าต่อทดสอบโซนแนวต้านแถว 35.60-35.75 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก ซึ่งเราคงมุมมองเดิมตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ว่า โซนดังกล่าว ควรเป็นจุดที่เริ่มเห็นการชะลอตัวอ่อนค่าของเงินบาท และเงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าทะลุโซน 35.85-36.00 บาทต่อดอลลาร์ จากการประเมิน Valuation ของเงินบาท ทั้งนี้ ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติว่าจะทยอยกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะในฝั่งหุ้น หลังดัชนี SET ได้ย่อตัวลงมาพอสมควร ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทย ก็มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ ตามแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ โดยหากนักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นไทยบ้าง (Buy on Dip) ก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในระยะสั้นได้เช่นกัน

ในช่วงนี้ เรามองว่า ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง จากทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงิน ความกังวลแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.40-35.60 บาท/ดอลลาร์