ลุย 3 มาตรการด่วน! พาณิชย์ผนึกเอกชนตรึงราคาสู้พิษค่าครองชีพ

กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทพิษค่าครองชีพ ดึงเอกชน 27 รายลดราคาสินค้ากว่า 4,000 รายการ พร้อมตรึงราคาธงฟ้าทั่วประเทศช่วยประชาชน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศแถบยุโรปว่า สะท้อนให้เห็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่สะสม ทั้งปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูง รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะ สำหรับประเทศไทยแม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่บริบทเศรษฐกิจยังแตกต่าง และแรงกดดันด้านราคายังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยงที่ต้นทุนพลังงานอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้า จึงเตรียมแผนรับมือเชิงรุกเพื่อดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“บทเรียนจากยุโรปสะท้อนชัดเจนว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่ซ้อนทับกัน จนขยายตัวกลายเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางสังคม สำหรับประเทศไทย แม้ภาพรวมราคาสินค้ายังอยู่ในวงจำกัดและมีภาครัฐดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่เราจะไม่ประมาท โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง” นายพูนพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้วางแนวทางรับมือทั้งระยะเร่งด่วนและต่อเนื่องผ่าน 3 มาตรการสำคัญประกอบด้วย

  • การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก: ติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่งขอความร่วมมือชะลอการปรับขึ้นราคา ควบคู่กับการมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 แห่งทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด: ขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ นำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 คาดช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ราว 200 ล้านบาท
  • การผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน: ร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุดถึงร้อยละ 78 ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า หากราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง กระทรวงพร้อมยกระดับมาตรการติดตามวิเคราะห์ผลกระทบรายสินค้า ประสานผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุน และใช้กลไกทางกฎหมายควบคุมราคาควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลผู้บริโภคและความอยู่รอดของผู้ประกอบการ พร้อมเร่งผลักดันการกระจายรายได้ให้ถึงมือประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป