
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทยในเดือนมีนาคม 2569 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงกดดันสำคัญจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบนำเข้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดโลก ยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อภาคการค้าระหว่างประเทศของไทย แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาท
สำหรับดัชนีราคาส่งออกเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 114.4 ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีหมวดสินค้าอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ ที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก
ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง กลับมาขยายตัวสูงถึง 26.8% สูงสุดในรอบ 41 เดือน จากราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่พุ่งขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ด้านสินค้าเกษตรกรรมยังขยายตัว 2.6% นำโดยผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป รวมถึงผลไม้สดและผลไม้แปรรูป ที่ยังมีความต้องการสูงในตลาดโลก ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรขยายตัวเล็กน้อย 0.1% ตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ส่วนดัชนีราคานำเข้าเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 126.0 ขยายตัวถึง 10.2% สูงสุดในรอบ 42 เดือน สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งขึ้นอย่างหนัก รวมถึงความต้องการใช้วัตถุดิบในภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หมวดสินค้าเชื้อเพลิงกลับมาขยายตัวสูงถึง 27.3% สูงสุดในรอบ 38 เดือน โดยมีปัจจัยหลักจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลกจากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่สร้างแรงกระแทกต่อตลาดน้ำมันทั่วโลก
ขณะที่หมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10.9% จากราคาทองคำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินแร่โลหะ และปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
นอกจากนี้ ภาคบริโภคและการลงทุนในประเทศยังมีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น 6.1% ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์เวชกรรม เสื้อผ้าและสิ่งทอ ขณะที่สินค้าทุนเพิ่มขึ้น 4.1% และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่งเพิ่มขึ้น 1.8%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและนำเข้าในเดือนเมษายน 2569 ยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง จากความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหาร ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก รวมถึงต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงตามราคาพลังงานและค่าขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเสี่ยงสำคัญ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ การแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่ค้า มาตรการกีดกันทางการค้า ความอ่อนแอของกำลังซื้อภายในประเทศ ปัญหาสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจกระทบภาคเกษตร และความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
