
จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ปะทุขึ้นอย่างร้อนแรง หลังเฟซบุ๊กของ “บังหมาด” หรือ นายพงศธร มังคะลา ชาวบ้านเกาะยาวน้อย โพสต์ภาพพร้อมข้อความเปิดเผยสภาพป่าชายเลนบริเวณแหลมยาง หมู่ 6 ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ที่ถูกแผ้วถางจนโล่งเป็นบริเวณกว้าง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและเอาผิดผู้บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสมบัติของคนเกาะยาว
ภาพที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นสภาพป่าชายเลนซึ่งเคยอุดมสมบูรณ์ ถูกตัดโค่นจนกลายเป็นพื้นที่โล่ง คาดว่าความเสียหายมีมากกว่า 10 ไร่ สร้างความตกใจและความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากป่าชายเลนถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่ง เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และทำหน้าที่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หากถูกทำลายย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายสุริยะ สอนเสริม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบ.ทช.6) ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนที่ 14 (ตะกั่วทุ่ง-พังงา) ได้เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569
ผลการตรวจสอบในครั้งนั้นพบการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนจำนวน 10 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่ พร้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุด นายไตรทิพย์ สกุลประดิษฐ์ นายอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ภายหลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน
ผลการตรวจสอบยืนยันตรงกันว่า พื้นที่ที่ปรากฏในภาพเป็นพื้นที่เดียวกับที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้าตรวจยึดและดำเนินคดีไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันสำนวนคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน สภ.เกาะยาว ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า จะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่บุกรุกทำลายป่าชายเลน เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของอำเภอเกาะยาว และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่งให้คงอยู่ต่อไป

