
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ การระดมกวาดล้างและทำลายเครือข่ายยาเสพติด ร่วมกับ พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ ณ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ (หลังเก่า)
นายอังกูร กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานภายใต้แผน “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ซึ่งขับเคลื่อนตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้ข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดเป้าหมาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล”

จังหวัดกระบี่ได้บูรณาการกำลังระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม – 5 กรกฎาคม 2569 เพื่อสกัดวงจรยาเสพติด สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และตัดตอนเครือข่ายผู้ค้ายาอย่างเป็นรูปธรรม
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้ 363 ราย ผู้เสพยาเสพติด 20 ราย ผู้ต้องหาตามหมายจับ 12 ราย และดำเนินคดีข้อหาสมคบอีก 7 คดี

ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย ยาบ้า 675,778 เม็ด ยาไอซ์ 27.22 กรัม อาวุธปืน 41 กระบอก รถยนต์ 15 คัน รถจักรยานยนต์ 11 คัน และเงินสด รวมของกลางกว่า 137 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 5,454,188 บาท
สำหรับคดีสำคัญที่สามารถขยายผลจับกุมได้ มี 3 คดีใหญ่ ได้แก่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมจับกุมนายธีฯ ภายในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ พร้อมยาบ้าประมาณ 160,000 เม็ด ซุกซ่อนในรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว มูลค่าประมาณ 450,000 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 170,000 เม็ด ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุของบริษัทขนส่งเอกชน ส่งมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ปลายทางอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 จับกุมนายโสฯ พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 140,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์โตโยต้า ยารีส เอทีฟ สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มูลค่าประมาณ 750,000 บาท

ขณะที่ พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” ซึ่งเป็นอีกภารกิจสำคัญตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทต้องสงสัยในพื้นที่จังหวัดกระบี่อย่างเข้มข้น
ผลการตรวจสอบพบการกระทำผิดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17 แปลง มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมาย และหมายค้น 14 หมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 39 ราย เป็นชาวไทย 28 คน และชาวต่างชาติ 11 คน

นอกจากนี้ ยังพบบริษัทอีก 8 แห่ง ที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ถือครองที่ดินรวม 8 แปลง มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท โดยศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม




