วิกฤตพลังงานบีบคั้นชายขอบรถโดยสารขึ้นราคาแรงน้ำมันพุ่งโหดสุดในประเทศ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด ซึ่งให้บริการเดินรถเส้นทางหลัก แม่ฮ่องสอน–เชียงใหม่–แม่ฮ่องสอน ได้ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารทุกประเภท หลังไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อีกต่อไป

อัตราค่าโดยสารใหม่ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย

  • รถตู้โดยสาร จาก 250 บาท เป็น 350 บาท
  • รถมินิบัส 18 ที่นั่ง จาก 300 บาท เป็น 390 บาท
  • รถเมเจอร์โค้ช ที่นั่งธรรมดา จาก 350 บาท เป็น 500 บาท
  • ที่นั่ง VIP จาก 450 บาท เป็น 600 บาท

การปรับขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันในพื้นที่แม่ฮ่องสอนที่พุ่งสูงกว่าหลายจังหวัดอย่างชัดเจน

ข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าวันเดียวกัน พบว่า ราคาน้ำมันในพื้นที่อยู่ในระดับ “สูงผิดปกติ” โดยดีเซลซูเปอร์พาวเวอร์แตะลิตรละ 71.84 บาท ดีเซลธรรมดา 51.94 บาท ขณะที่เบนซิน 91 อยู่ที่ 44.98 บาท และเบนซิน 95 ที่ 45.35 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 40.35 บาท ซึ่งแม้จะไม่มีปัญหาการขาดแคลน และสามารถเติมได้ตามปกติ แต่ราคากลับพุ่งสูงต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะภาคการขนส่งและการค้าปลีก ซึ่งมีแนวโน้มปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

ผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ต่างประเมินตรงกันว่า หากราคาน้ำมันยังไม่ปรับลดลงในระยะสั้น สินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมีโอกาสขยับราคาขึ้นอีกระลอก ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในทุกด้าน

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนเสียงเดียวกันว่า “เริ่มอยู่ยาก” เพราะรายได้ไม่เพิ่ม แต่รายจ่ายกลับพุ่งขึ้นทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าครองชีพโดยรวม

วิกฤตน้ำมันแพงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงปัญหาพลังงาน แต่กำลังลุกลามเป็น “วิกฤตปากท้อง” ของคนชายขอบ ที่อาจรุนแรงขึ้นหากไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน