
ความสะเทือนใจของคนรักทะเลยังไม่จางหาย หลังพบซากพะยูนไร้หัวบริเวณเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา ล่าสุดคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวราตรี สุขสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (จังหวัดภูเก็ต) นายกฤษชนะ นิสสะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 นายสุริยะ สอนเสริม ผอ. ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง นายจักรพันธ์ ม่วงยิ้ม ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน เดินทางลงพื้นที่ เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานตำรวจและฝ่ายปกครองเร่งคลี่คลายปริศนา

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เกาะยาว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพบว่ามีการนำชิ้นส่วนซากพะยูนบางส่วนออกไป ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 ห้ามครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับมอบชิ้นส่วน “จมูกพะยูน” เพิ่มเติม เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ DNA หาความเชื่อมโยงของหลักฐาน โดยพบว่าชิ้นส่วนดังกล่าวถูกคลื่นซัดขึ้นหาด ห่างจากจุดพบซากหลักประมาณ 1.7 กิโลเมตร ยิ่งเพิ่มปมปริศนาของเหตุการณ์

ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ได้ชันสูตรซากอย่างละเอียด ก่อนสรุปผลที่สร้างความตกใจ พะยูนตัวนี้ “เสียชีวิตมาก่อน” แล้วจึงถูกตัดหัว ไม่ใช่การล่าเพื่อฆ่าโดยตรง
จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่พบร่องรอยการจมน้ำหรือภาวะกล้ามเนื้อสลาย อีกทั้งไม่มีเลือดคั่งในเนื้อเยื่อ บ่งชี้ว่าการตัดหัวเกิดขึ้นหลังเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยบาดแผลมีลักษณะคมกริบและแม่นยำ สันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุมีความชำนาญ และใช้อุปกรณ์มีคมขนาดใหญ่พอจะตัดผ่านกระดูกคอได้อย่างเฉียบขาด

นอกจากนี้ ยังพบรอยบาดแผลบริเวณอกทั้งสองข้าง คล้ายการใช้วัตถุแข็งตรึงลำตัว เพื่อให้ง่ายต่อการชำแหละ ยิ่งตอกย้ำถึงความตั้งใจและวิธีการที่เป็นระบบ
เจ้าหน้าที่เชื่อว่า จุดที่เกิดเหตุไม่น่าจะอยู่ไกลจากบริเวณที่พบซาก และกำลังเร่งสืบสวนหาผู้กระทำผิด โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “ความเชื่อผิดๆ” เกี่ยวกับชิ้นส่วนพะยูน

ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเดินหน้าคดีถึงที่สุด พร้อมรวบรวมหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน มีผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ซึ่งเป็นผู้รักสัตว์ ประกาศมอบเงินรางวัล 50,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด สะท้อนแรงสะเทือนใจของสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน ต่างเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะยาว และเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับสัตว์ทะเลหายากที่จากไปอย่างน่าสลดใจครั้งนี้

