
ปั้นทุนวัฒนธรรมเป็นโอกาสสร้างรายได้! นราธิวาสจัดแสดง 60 ผลงานเสื้อผ้า เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม หวังต่อยอดผลอบรมสู่สินค้าและอาชีพในระยะยาว
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ห้องนราทัศน์ โรงแรมดิอิมพีเรียล นราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงาน SELATAN CREATIVE TRADE: Local Wisdom, New Markets โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการเข้าร่วม


งานดังกล่าวเป็นเวทีนำเสนอผลสำเร็จและปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Upskills & Reskills บุคลากรในอุตสาหกรรมการออกแบบภาคใต้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมรวม 1,600 คน ครอบคลุมจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา มุ่งเพิ่มทักษะและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้นำภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น มาผสานกับความรู้ด้านการออกแบบ สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ร่วมสมัย และมีศักยภาพแข่งขันในตลาด
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการขยายโอกาสการเรียนรู้ไปยังผู้ต้องขังหญิงในพื้นที่นราธิวาส เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม โดยใช้ความรู้ด้านการออกแบบเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้เข้าถึงคนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

ภายในงานนำผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือก 60 ผลงานมาจัดแสดง แบ่งเป็นสาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย 10 ผลงาน สาขาเครื่องประดับ 25 ผลงาน และสาขาหัตถอุตสาหกรรม 25 ผลงาน แต่ละชิ้นสะท้อนการนำรากวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเปิดแนวทางใหม่ในการพัฒนาสินค้าชายแดนใต้
จุดสำคัญของเวทีนี้อยู่ที่การเชื่อมผลงานจากห้องอบรมเข้าสู่โอกาสทางธุรกิจ เปิดให้เจ้าของผลงานนำเสนอแนวคิด พบปะผู้ประกอบการ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจ ก่อนนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านการคัดเลือก พื้นที่เจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าของผลงาน เวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่สินค้าในตลาดจริง” และบูธจัดแสดงพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าชมผลงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และแสวงหาความร่วมมือ
นายชาคริตกล่าวว่า ทั้งปัตตานี นราธิวาส และยะลา มีภูมิปัญญาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า หากนำทุนเหล่านี้มาผสานกับทักษะการออกแบบและความเข้าใจตลาด จะช่วยสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ เพิ่มมูลค่า และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน

การพัฒนาทักษะผู้เข้าร่วมโครงการ 1,600 คน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังหญิงได้เรียนรู้ ถือเป็นการวางพื้นฐานด้านอาชีพสำหรับอนาคต ขณะที่ผลงานทั้ง 60 ชิ้นที่นำมาจัดแสดง เป็นโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ได้พบผู้ประกอบการ แลกเปลี่ยนมุมมอง รับข้อเสนอแนะ และร่วมกันหาแนวทางพัฒนาสินค้าให้เดินหน้าต่อได้
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวเพิ่มเติมว่า คาดหวังให้เวทีนี้ช่วยเชื่อมผลงานจากการอบรมเข้าสู่ตลาดจริง เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สนับสนุนผู้สร้างสรรค์ให้สามารถต่อยอดเป็นอาชีพและรายได้ ควบคู่กับการสืบสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่อย่างมีคุณค่า

ทั้งนี้ การดำเนินงานหลังสิ้นสุดโครงการมุ่งผลักดันให้ผลงานได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์กับภาคธุรกิจและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจำหน่าย และการเข้าถึงตลาดใหม่ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างอาชีพและรายได้ให้คนในชุมชน พร้อมผลักดันทุนทางวัฒนธรรมชายแดนใต้ให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
ข่าว/ภาพ : นูอารีซ๊ะ ยะยือริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส





