ปลัดมหาดไทยสั่งสังคายนามูลนิธิคนดัง ขีดเส้น ‘องค์กรทำดี’ ส่งบัญชี 10 พ.ย.

ปลัดมหาดไทยเดินหน้าตรวจมูลนิธิคนดัง ย้ำถูกแจ้งความไม่พ้นหน้าที่ส่งบัญชี ลั่นทำถูกไม่ต้องกลัว ทำผิดต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมการปกครองเข้าแจ้งความเกี่ยวกับมูลนิธิองค์กรทำดี โดยระบุว่า การจดทะเบียนมูลนิธิมีสำนักสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ทำหน้าที่กลั่นกรองและรวบรวมข้อมูลเสนอตามขั้นตอน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นนายทะเบียน ส่วนการจดทะเบียนสมาคมมีอธิบดีกรมการปกครองเป็นนายทะเบียน และในระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียน

นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า มูลนิธิมีหน้าที่ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลประจำปีตามระเบียบ หากไม่มีการรายงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ตรวจพบปัญหาเมื่อมีเหตุให้เข้าไปตรวจสอบ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีมูลนิธิที่มีบุคคลมีชื่อเสียงเกี่ยวข้อง ซึ่งมีข้อกังวลว่าเงินบริจาคอาจเข้าบัญชีส่วนบุคคล ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนสรุปว่าเกิดการกระทำผิดหรือไม่

ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า กรมการปกครองได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการเรี่ยไรที่เห็นว่าอาจไม่ถูกต้อง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับมูลนิธิองค์กรทำดีซึ่งมีการย้ายที่ตั้งจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดปทุมธานี ได้มอบหมายให้จังหวัดปทุมธานีตรวจสอบ หากพบการกระทำไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงกรรมการตามขั้นตอนกฎหมาย

นายอรรษิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า มูลนิธิโดยทั่วไปจัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะและงานสังคมสงเคราะห์ เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โรงพยาบาล หรือโรงเรียนที่ขาดแคลน แต่ต้องแยกวัตถุประสงค์ขององค์กรออกจากการบริหารงาน หากผู้บริหารดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก็ต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามถึงกำหนดให้มูลนิธิองค์กรทำดีส่งบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุลภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน แม้มีการแจ้งความแล้ว นายอรรษิษฐ์ระบุว่า มูลนิธิมีกรรมการหลายคน ทุกฝ่ายมีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบและต้องยื่นเอกสารตามกำหนด ส่วนกรณีบุคคลถูกกล่าวหาว่านำเงินไปใช้ส่วนตัว ต้องให้กระบวนการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อถามถึง อำนาจการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า กระทรวงมีหน้าที่รับรายงานประจำปี ซึ่งหากได้รับรายงานก็จะสามารถพิจารณาความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติได้ ขณะที่การสอบสวนคดีและการตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นหน้าที่ของตำรวจ

นายอรรษิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยจะทบทวนการกำกับดูแลมูลนิธิที่มีบุคคลมีชื่อเสียงเกี่ยวข้องให้รัดกุมขึ้น โดยผู้ที่ดำเนินการถูกต้องไม่จำเป็นต้องกังวล แต่หากพบการกระทำผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย