
นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีม สส.ยื่นร่างกฎหมายยาเสพติด 2 ฉบับต่อประธานสภาฯ ชูมาตรการเด็ดขาดครอบครองเท่ากับจำหน่าย พร้อมเพิ่มโทษหนักผู้ใช้เยาวชน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เดินทางมายื่นร่างกฎหมายแก้ไขปัญหายาเสพติดรวม 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด โดยยื่นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภาอย่างเร่งด่วน
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังรับมอบร่างกฎหมายดังกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้สะท้อนความร่วมมืออันดีระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤต ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทางสภาจึงได้เป็นเจ้าภาพกลางจัดเวิร์คช็อปและศึกษาปัญหาร่วมกับส่วนราชการ ผู้ปฏิบัติงานในท้องถิ่น และประชาชน ก่อนมอบหมายให้ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทยนำข้อสรุปทั้งหมดมายกร่างเป็นกฎหมาย
“สถานการณ์ยาเสพติดทุกวันนี้เป็นวิกฤต การแก้กฎหมายจึงต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ทางสภาฯ จะให้ความสำคัญและผลักดันให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาบรรจุเป็นญัตติด่วน เพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกมิติหนึ่งของการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารเพื่อแก้ปัญหาให้ชาติบ้านเมือง” นายโสภณ ระบุ
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับว่า มีความเข้มข้นในหลายประการ โดยเฉพาะมาตรการเด็ดขาดกรณีผู้ใดมียาเสพติดไว้ในครอบครอง จะต้องถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งช่วยปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและการแจ้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างหนักสำหรับผู้ที่ใช้เยาวชนให้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้เรื่องการบำบัดฟื้นฟูมีความชัดเจนและสะดวกต่อการปฏิบัติงานจริง พร้อมทั้งขยายเวลาในการควบคุมตัวและการขยายผลการจับกุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้เจ้าพนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สามารถเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินคดีและบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ตลอดจนอำนาจในการระงับหรือลบข้อมูลจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหาจูงใจหรือชักจูงให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดออกจากระบบทันที
