จากมหาสารคามสู่สมเด็จพระราชาคณะ เปิดประวัติ ‘สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี’

จากสามเณรชาวมหาสารคาม ผู้มุ่งมั่นศึกษาจนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค สู่ “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี” เจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ผู้มีบทบาททั้งงานปกครอง การศึกษา และเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ สถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี” ประกาศ ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ประวัติและเส้นทางธรรม

สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี มีนามเดิมว่า สมเกียรติ พัตตพักตร์ (ป.ธ.9) เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2486 ณ บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 4 ตำบลเลิงแฝก อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2499 ณ วัดอัมพวันห้วยแคน จังหวัดมหาสารคาม โดยมี พระครูพิพัฒน์ศีลคุณ วัดบ้านกุดรัง เป็นพระอุปัชฌาย์ ก่อนจะเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2508 ณ วัดนาโพธิ์ จังหวัดมหาสารคาม โดยมี พระครูชยธรรมานันท์ วัดนาโพธิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอาจารย์สันต์ กตปุญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

วิทยฐานะและการศึกษา

ด้านการศึกษาปริยัติธรรมและทางโลก ท่านมุ่งมั่นศึกษาหาความรู้อย่าง

  • พ.ศ. 2501: สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดมหาสารคาม
  • พ.ศ. 2514: สำเร็จชั้นบาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2525: สอบไล่ได้เปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม กรุงเทพมหานคร
  • การศึกษาสายสามัญ: สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนประชาบาลห้วยแคนราษฎรสามัคคี จังหวัดมหาสารคาม, ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กรุงเทพมหานคร และสอบได้ประโยคครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) กรุงเทพฯ
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์: ได้รับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ม.) และพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ด.) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) รวมถึงปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

งานด้านการปกครองคณะสงฆ์

เส้นทางการปกครองคณะสงฆ์ของท่านมีความโดดเด่นและดำรงตำแหน่งสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ:

  • พ.ศ. 2521 – 2525: เป็นเจ้าคณะ 11 วัดราชสิทธาราม กรุงเทพฯ
  • พ.ศ. 2526: ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดอรุณราชวราราม
  • พ.ศ. 2545: ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 9
  • พ.ศ. 2561: ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม
  • พ.ศ. 2564: ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 9
  • พ.ศ. 2568: ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น กรรมการมหาเถรสมาคม

นอกจากนี้ ท่านยังดำรงตำแหน่งประธานและกำกับดูแลงานด้านการศึกษาและการเผยแผ่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 อีกหลายตำแหน่ง เช่น ประธานโครงการอบรมบาลีก่อนสอบ, ประธานโครงการหมู่บ้านศีล 5, และประธานโครงการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์

ผลงานด้านการศึกษา การเผยแผ่ และสาธารณูปการ

ท่านเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกนักธรรมและบาลี พร้อมทั้งส่งพระภิกษุสามเณรไปสอนธรรมศึกษาและอบรมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษาและองค์กรต่างๆ พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาประจำปี และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ มาโดยตลอด

ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เคยปฏิบัติงานธรรมจาริกที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพระธรรมทูตในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นคณะกรรมการสำคัญระดับชาติ อาทิ เป็นคณะกรรมการชำระอรรถกถา ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และคณะกรรมการตรวจต้นฉบับจัดพิมพ์พระไตรปิฎก เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ส่วนด้านสาธารณูปการ ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ภายในวัดอรุณราชวราราม รวมถึงองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน

ลำดับสมณศักดิ์ที่ผ่านมา

  • พ.ศ. 2539: เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ “พระเมธีวราภรณ์”
  • พ.ศ. 2544: เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชรัตนสุธี”
  • พ.ศ. 2549: เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ “พระเทพเมธี”
  • พ.ศ. 2562: เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่ “พระธรรมรัตนดิลก”
  • พ.ศ. 2564: เป็นพระราชาคณะชั้นพรหม ในราชทินนามที่ “พระพรหมวัชรเมธี”
  • พ.ศ. 2569: ได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ในราชทินนามที่ “สมเด็จพระวชิรโกวิทเมธี”